วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

เขาใหญ่นี้นับเป็นอุทยานแห่งแรกของประเทศที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนหลายลูก และเป็นป่าที่มีสภาพอุดมสมบูรณ์โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นป่าดงดิบชื้น และมีพืชพรรณที่หลากหลายและมีน้ำตกมากกว่า 20 แห่ง เส้นทางเดินป่าบนเขาใหญ่ก็มีถึง 13 เส้นทาง ด้วยกัน แต่ว่าแต่ละเส้นทางก็มีความยากง่าย ระยะทางและเวลาการเดินทางที่ต่างกันด้วย แต่ว่าไม่ต้องกังวลเรื่องเส้นทางครับ สำหรับนักเดินป่ามือใหม่ ท่านสามารถติดต่อกับทางอุทยานเพื่อให้เจ้าหน้าที่นำทางได้
              และเมื่อเดินทางขึ้นเขาใหญ่แล้ว เราจะได้พบกับธรรมชาติที่สัมผัสได้จริงสีเขียวชอุ่มของพืชพรรณนานาชนิด หลายคนอาจคิดว่าการมาเที่ยวป่าคงไม่มีอะไรไปมากกว่าการดูต้นไม้ใบหญ้า แต่ถ้าลองได้สังเกตคุณก็จะได้พบกับ ต้นไม้บางชนิดที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน ความสดใสของพืชพันธุ์ต่างๆ สายหมอกยามเช้า ดอกไม้ป่านานาชนิด บางชนิดออกดอกเฉพาะหน้าหนาวนี้เท่านั้น เสียงนกร้องก้องไพร สายน้ำตกที่หลั่งไหลกระแทกก้อนหิน เนื่องจากเขาใหญ่เป็นป่าดงดิบชื้นส่วนใหญ่ จึงมีพืชพรรณอุดมสมบูรณ์ตลอดปี แม้ฤดูหนาวนี้
ที่เขาใหญ่นี้ จุดชมวิวบนเขาใหญ่ก็มีด้วยกันหลายจุด เช่น จุดชมวิวโป่งช้าง และบริเวณทุ่งหญ้ามอสิงโตซึ่งทุ่งหญ้ามอสิงโตนี้จะสามารถมองเห็นอ่างเก็บน้ำได้ชัดเจน โดยบริเวณจุดชมวิวแต่ละที่ก็สามารถเดินทางโดยเส้นทางเดินป่าและสามารถใช้ถนนโดยขับรถขึ้นไปก็ได้
               หากโชคดีคุณอาจเจอช้างป่าออกมาเดินริมถนน แต่ที่สำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีก็คือน้ำตกบนเขาใหญ่ ที่ใครได้เห็นก็มีแต่ความประทับใจกับความสวยงามที่ธรรมชาติสร้างขึ้น น้ำตกบางแห่งสามารถเข้าชมได้ง่าย เพราะมีเส้นทางเดินเข้าไปถึง ได้แก่ น้ำตกเหวสุวัต ที่เป็นที่นิยมมาก น้ำตกเหวไทร น้ำตกเหวประทุน น้ำตกกองแก้ว น้ำตกเหวนรก และ เหวอีอ่ำ ซึ่งหลายคนรู้จักกันดีจากข่าวเมื่อหลายปีก่อน
        น้ำตกเหวสุวัต
          เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมากเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่ว ๆ ไป น้ำตกเหวสุวัตนี้อยู่สุดถนนธนะรัชต์ หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปก็ได้ ประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นสายน้ำตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรเศษ บริเวณด้านล่างของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและลำธารเหมาะที่จะลงเล่นน้ำ แต่สำหรับฤดูฝนน้ำจะมากและไหลแรงน้ำค่อนข้างเย็นจัด
           ผาเดียวดาย
ผาเดียวดาย เป็นผายี่นออกมาบนเขาสูง แต่ต้องเดินลงไปจากถนน ประมาณ ๒๐๐ เมตร และเดินอ้อมกลับอีกทางหนึ่งในระยะทางเท่า ๆ กัน สามารถชมวิวได้สวยงาม แต่อย่าหยอกล้อกันเล่นนะครับ เพราะเป็นหน้าผาที่อันตรายมาก ทางเดินเท้าเข้าไปแคบและเป็นทางธรรมชาติ อาจจะลำบากสำหรับคณะทัวร์ที่มีจำนวนมาก เพราะพื้นที่ไม่ได้รองรับคนจำนวนมาก

วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554

น้ำตกทีลอซู




ไปน้ำตกทีลอซูช่วงไหนดี เดือนไหนสวยสุด
ไปช่วงต้นฝนดี  มิ.ย. - ก.ค.  สภาพเส้นทางที่ล่องเรือยางสวยมาก ต้นไม้เพิ่งออกใบใหม่สีเขียวสดป่าสวย
        น้ำตกพองาม
ไปช่วงกลางฝนก็ดี  ส.ค. - ต.ค.  น้ำเยอะดี น้ำตกเต็มหน้าผา แต่ต้องเดินเข้าไป คนก็ไม่ค่อยมีเพราะไม่อยากเดิน 
ไปช่วงหมดฝนก็ดี  พ.ย. - ธ.ค.  สบายๆ ไม่ต้องเดิน  นั่งรถถึงจุดพักแรม  คนเยอะแต่น้ำเริ่มลดลง
ไปช่วงหนาวจนถึงแล้วก็ดี  ม.ค. -  เม.ย.  คือว่าน้ำใสดี  คนก็น้อย  น้ำก็น้อย

น้ำตกทีลอซ ูจากลำห้วยกล้อท้อไหลมาจากผืนป่าบริเวณทิศตะวัตตกติดชายเแดนพม่า ลำน้ำทั้งสายตกลงจากหน้าผาสูงกลางป่าทึบของป่าทุ่งใหญ่ในเขตพื้นที่อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก เป็นน้ำตกที่ยิ่งใหญ่มีชื่อว่า น้ำตก ทีลอซู   มีความสูงประมาณ 300 เมตร เมื่อภาพความสวยงามและยิ่งใหญ่ของน้ำตกทีลอซูปรากฎสู่สายตาแก่นักท่องเที่ยวจึงทำให้ชื่อเสียงของทีลอซูโด่งดังในเวลาอันรวดเร็ว ผู้คนมากมายต่างได้ยินเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของน้ำตกทีลอซู ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวมากมายได้เข้าไปสัมผัสแล้วกลับมาบอกเล่าถึงความสวยงาม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่น้ำตก
ทีลอซูที่เคยยิ่งในใหญ่ครั้งนั้นหดหายไปบ้างเนื่องจากเกิดหน้าผาถล่มเพราะฝนตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน  ปริมาณน้ำมีมาก หน้าผารับน้ำหนักไม่ไหวจึงถล่มพังลงมา นั่นเป็นเวลาที่ผ่านมานานแล้ว ถึงแม้หน้าผาน้ำตกจะถล่มไปแล้วถึงสองครั้งแต่ความสวยงามของที่ลอซูที่ยังหลงเหลืออยู่ก็ยังสวยงามเกินพอที่นักท่องเที่ยวจะได้เข้าไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต
      ปัจจุบัน น้ำตก ทีลอซู อยู่ในพื้นที่การดูแลของเขตรักษาพันธุ์ป่าอุ้มผาง  น้ำตกทีลอซูไม่ใช่อุทยานแห่งชาติ เป็นเพียงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งมีกฎระเบียบการเข้าไปในพื้นที่เคร่งครัด จุดประสงค์เพื่อปกป้องป่าไว้ไม่ให้ถูกทำลายจากการเข้าไปของมนุษย์ 

ปาย

จุดชมวิวหยุนไหล ตั้งอยู่ในปาย เลยหมู่บ้านสันติชลไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร บนจุดชมวิวหยุนไหล สามารถมองเห็นทิวทัศน์ เมืองปายได้ 360 องศา ชมทะเลหมอกในยามเช้า พร้อมกับวิวตัวเมืองอำเภอปายที่สวยงามในอีกมุมมองหนึ่ง ที่คุณอาจไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในเขตอำเภอปาย เหมาะสำหรับการดูพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า เวลาหมอกลงเราอาจจะได้เห็นหมอกวิ่งผ่านหน้าไปมาอยาสวยงาม

โป่งน้ำร้อนท่าปาย
โป่งน้ำร้อนท่าปาย เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง อยู่ใกล้ตัวเมืองปาย เหมาะที่จะมาเล่นน้ำ อาบน้ำแร่ แบบธรรมชาติที่นี่ เพราะเขามีบ่อแช่แบบธรรมชาติมาก ไม่ได้เป็นห้องเป็นอาคาร แต่เป็นบ่อตามสภาพเดิม และยังสามารถเดินเที่ยวชม หรือทำกิจกรรมต้มไข่ก็ได้ ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส ในบริเวณจุดกำเนิดน้ำแร่
โป่งร้อนท่าปายอยู่ในป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนบนท้องที่ตำบลแม่ฮี้ เดินทางโดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1095 (ปาย - แม่มาลัย) ข้ามสะพานแม่น้ำปายถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 87 - 88 แยกซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ตรงทางเข้าจะเห็นป้ายตั้งอยู่ค่อนข้างชัดเจน ตามทางเข้าบ้านท่าปาย เป็นทางลาดยางตลอดทั้งสาย มีหมอกควันปกคลุมพื้นที่ และมีน้ำร้อนไหลผ่านทั่วบริเวณกว้าง มีบ่อใหญ่สองบ่อ นอกนั้นเป็นน้ำผุดหลายจุด ความร้อนประมาณ 80 องศาเซลเซียส รอบๆ โป่งน้ำร้อนเป็นป่าไม้สัก ภายในบริเวณอนุญาตให้ตั้งเต็นท์พักแรมได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ ทั้งสิ้น มีร้านอาหารศูนย์บริการอยู่


                            กองแลนปาย (Pai Canyon - ปายแคนย่อน) 
มีลักษณะเป็นภูเขาดินแดงในป่าเต็งรังสลับป่าสน เมื่อเดินขึ้นไปถึงด้านบนยอดจะพบหน้าผาสูงชันถูกกัดเซาะคล้ายปรากฏการณ์ดิน ทรุดตัว ติดต่อกันเป็นบริเวณกว้างประมาณ 5 ไร่เศษ หรือแพะเมืองผีที่จังหวัดแพร่ เหมาะสำหรับชมทิวทัศน์อำเภอปาย แต่นักท่องเที่ยวควรใช้ความระมัดระวังในการเดินชมด้วย เวลาที่เหมาะสมในการเข้าชมคือช่วงเช้า และช่วงเย็น เพราะอากาศจะเย็นสบายกว่าช่วงกลางวัน

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

ดอยอ่างขาง




เส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติ
         
 มี 2 เส้นทาง คือ เส้นทางเดินชมกุหลาบพันปี อยู่ด้านนอก ห่างจากปากทางเข้าสถานีฯ ประมาณ 4.5 กิโลเมตร โดยจุดที่สูงที่สุดคือเนินพันเก้า ซึ่งมีความสูงถึง 1,928 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง นักท่องเที่ยวจะต้องเดินทางเท้าเพื่อขึ้นไปถึงจุดยอดเป็นระยะทาง 500-800 เมตร ซึ่งจะชมความงามของกุหลาบพันปีได้ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ส่วนในช่วงเดือนอื่นก็ยังจะมีพรรณไม้แปลกตาให้ได้ชื่นชมอีกเช่นกัน เส้นทางศึกษาธรรมชาติของสถานีเกษตรหลวงอ่างขางนั้นกำหนดขึ้นบริเวณรอบสถานีฯ มีเส้นทางทั้งหมด 10 เส้นทางด้วยกัน และต้นไม้ที่ปลูกในเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาตินั้น จะเป็นต้นไม้ที่นำเข้ามาจากไต้หวันทั้งหมด
                 เส้นทางขี่จักรยานชมธรรมชาติ
               เป็นเส้นทางจากรีสอร์ตธรรมชาติอ่างขางเข้าเยี่ยมชมด้านในสถานีฯ ตลอดทางก็จะได้ชมธรรมชาติและแปลงเกษตรทดลอง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานจากสโมสรอ่างขางได้ หรือหากอยากเปลี่ยนบรรยากาศขี่ล่อ สัตว์ลูกผสมระหว่างม้าและลา ซึ่งแต่เดิมเป็นสัตว์พาหนะสำคัญของชาวเขาบนดอยแถบนี้ ก็สามารถติดต่อได้ที่สโมสรอ่างขางเช่นกัน

 
               
กิจกรรมดูนก
  ดอยอ่างขางเป็นสถานที่ที่มีนกมากมายกว่า 1,000 ชนิด บางชนิดเป็นนกที่ใกล้สูญพันธุ์หาดูได้ยาก จุดที่เหมาะสำหรับการดูนก คือ บริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำแม่เผอะบริเวณรอบรีสอร์ตธรรมชาติอ่างขาง และเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้านหลังสำนักงานของสถานีฯ
ดอยอินทนนท์

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
              เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เป็นเส้นทางเที่ยวชมป่าดิบเขาระดับสูง มีพรรณไม้เขตอบอุ่นผสมกับเขตร้อน โดยในช่วงหน้าหนาวจะพบกุหลาบพันปีออกดอกบานสะพรั่ง ส่วนในหน้าร้อนจะพบข้าวตอกฤาษี ระยะทางประมาณ 360 เมตร ใช้เวลาเดินชมประมาณ 20 นาที
              เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เป็นป่าดิบและทุ่งหญ้าที่ฟื้นฟูสภาพจากป่าที่ถูกทำลาย มีทิวทัศน์ของผาหินที่สวยงาม บนเส้นทางตระการตาด้วยกุหลาบพันปีเรียงราย ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินชมประมาณ 2 ชั่วโมง
              น้ำตกแม่ยะ น้ำตกขนาดใหญ่มีความสูง 260 เมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยด้วยสายธารที่แผ่กว้างไปทั่วหน้าผาหินลาดสูงชัน ตั้งอยู่ริมถนนสายจอมทอง-ฮอด โดยมีทางแยกขวาออกไป

ภูกระดึง

 แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนภูกระดึงนอกเหนือจากภูมิประเทศแปลกตาด้วยทิวสนเรียงรายบนที่ราบบนยอดภูอันกว้างใหญ่แล้ว ยังมีหน้าผาอันเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามอีกหลายแห่งด้วยกัน โดยทางทิศตะวันออกมี ผานกแอ่น เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้น อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกมี ผาหล่มสัก เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจนที่สุด อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 9 กิโลเมตร เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมด้วยชะง่อนหินยื่นออกไปกับต้นสนริมผาโดยมี ผาแดง ผาเหยียบเมฆ ผานาน้อย ผาจำศีล และ ผาหมากดูก เป็นทางเลือกที่เรียงรายบนเส้นทางให้แวะชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามไม่แพ้กันอีกด้วย
                  
และด้วยความที่เป็นต้นน้ำ บนภูกระดึงจึงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแหล่งน้ำอยู่มากเช่นกัน อย่าง สระแก้ว ต้นสายของลำธารสวรรค์ สระอโนดาต บึงน้ำขนาดใหญ่ จุดกำเนิดธารพระองค์ที่ไหลลงหน้าผากลายเป็น น้ำตกพระองค์ น้ำตกที่น่าสนใจบนภูกระดึง ได้แก่ น้ำตกวังกวาง ผาหินตัดขวางลำธาร ฝูงกวางมักจะลงมากินน้ำอยู่เสมอ เป็นที่มาของชื่อน้ำตก น้ำตกเพ็ญพบใหม่ เกิดจากลำธารวังกวาง หน้าหนาวจะเห็นใบเมเปิลร่วงหล่นปกคลุมผืนน้ำเป็นสีแดง น้ำตกถ้ำใหญ่ ร่มรื่นด้วยพรรณไม้ ช่วงต้นมกราคมทั่วบริเวณจะแดงฉานด้วยใบเมเปิลเกลื่อนพื้นป่า น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกขนาดเล็กบรรยากาศสวยงาม น้ำตกโผนพบ น้ำตก 8 ชั้น สูงประมาณ 30 เมตร โผน กิ่งเพชร อดีตแชมป์โลกมวยสากลคนแรกของไทยเป็นผู้ค้นพบเมื่อครั้งขึ้นไปฝึกซ้อมบนภูกระดึง น้ำตกสอเหนือ เป็นน้ำตกชั้นเดียว สูง 10 เมตร และน้ำตกสอใต้ อยู่ในลำธารสายเดียวกับน้ำตกสอเหนือ